[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1
    


วิชาการ
เรื่อง : ภาษาไทยวันคะมำ
บทความ



 A: กิง เข้า เยง ยาง อ๊า ตะ เอง
B: กินแล้ว กำลังทำงาน ??
A: มะ เนื่อย หรา เด๊ว มะ นะ ปะ จื้อ นม เย๊ง ก่อง

B: ???
A: มา ละ ช่วง เน๊ อยาก กิง ตะ หนม ตะ เอง แพ๊บ น๊า เพิ่ล มา

B: ฒ฿.๗ธฐ็ษฆณฮ ฑฺฒฑืฮธ"ณฒษ ฏุฮ๋ษฯ"ฒ๋ณุฌณ์ฮ. ฮ๊ฐ็ษ
A: พิม ราย มา อ๊า เข้า อ่าง มะ ออก
B: ชั้นก็อ่านของแกไม่ออก!

A: ??????????

 

---------------------------------------------


นี่คือบทสนทนาของฉันกับเพื่อนที่สนทนาผ่านทางโปรแกรมสนทนาในอินเทอร์เน็ตที่ชื่อว่า MSN ระหว่างคนวัยใกล้ 30 สองคน
อ่านเผินๆ ฉันนึกว่าฉันกำลังคุยกับเด็กพิการทางสมอง


แต่ไหนแต่ไรมา ฉันจะรู้สึกหงุดหงิด กระฟัดกระเฟียด ไม่อยากสนทนา อารมณ์ไม่สู้จะดีนัก เมื่อเจอการใช้ภาษาไทยแบบนี้ อยากเหลือเกิน อยากเข้าไปจับมือแล้วว่าถามตรงๆว่า "เขียนภาษาอะไรมาวะครับเฮ๊ย"


การแปลงภาษา หลายคนอาจมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นแค่แฟชั่นประเดี่ยวประด๋าว เดี๋ยวก็เลิกกันไปเอง แต่ถ้ามองย้อนกลับไปจนถึง ณ วันนี้

ฉันเองคนหนึ่งละ ที่ยังไม่เห็นว่าจะมีท่าทีเลิกทำให้ภาษาไทยวิบัติลงไปเลย

รังแต่จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างกว้างขวาง ถ้วนทั่วแทบทุกหัวระแหงแบบไม่น้อยหน้ากัน
เพราะเห็นว่า ไม่เป็นไรกระมัง จนมันค่อยๆ กลืนความถูกต้องของการใช้ภาษาไทยไป

สังเกตง่ายๆ ยิ่งถ้าเราอยู่ในแวดวงการศึกษาด้วยแล้ว จะพบได้เลยว่าปัจจุบันปัญหาการอ่านออก เขียนได้ มีไม่น้อย และที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม คือ ปัญหา อ่านออก เขียนได้ แต่เขียนไม่ถูก และไม่อยากจะเขียนถูก เพียงเพราะคิดว่าที่ทำอยู่ ที่เขียนอยู่มันน่ารัก มันคือความแปลก เท่ มีเสน่ห์ เก๋ไก๋โก้หร่าน
"คุณค่าที่ดิฉันคู่ควร"

ยกตัวอย่างเช่น คำว่า"บ่น" นักเลงภาษาจะสามารถสรรหาหาคำมาขยายความหมายคำนี้ได้มากมาย เช่น บ่นกระปอดกระแปด บ่นเป็นหมีกินผึ้ง บ่นงึมงำ ไปจนถึงบ่นพึมพำ เป็นต้น แต่เด็กสมัยนี้พูดแค่ว่า  "บ่นสุดๆ"  คือจบ


โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวก วีเจ ดีเจ นักจัดรายการทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ เคเบิ้ลต่างๆ ที่พรั่งพรูแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้การคัดกรองผู้ใช้ภาษาไทยในฐานะผู้ดำเนินรายการไร้ซึ่งประสิทธิภาพ จนถึงขั้นไม่ต้องกรองเรื่องภาษาหรอก สวย หล่อ พูดได้พอ


ทำให้เดี๋ยวนี้ เรือ ก็กลายเป็น เลือ ร้อน ก็กลายเป็น ล้อน ร่มรื่น ก็กลายเป็น ล่มลื่น(ความหมายห่างกันไกลโขเชียว)
อย่ามองว่าเรื่องผิดปกติเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
เพราะแม้ ขโมยเงินแค่ 2 บาท อย่างไรก็ถือว่าผิด
ก็ได้แต่บ่นกระปอดกระแปด เป็นบ้าใบ้ และก็หงุดหงิดหัวใจอยู่คนเดียวตามประสา


ฤาจะสิ้นยุคภาษาไทยวันละคำ...เหลือเพียงภาษาไทยวันคะมำแล้วกระมัง


พืดอีกก็ถืกอีก...คุณว่าอย่างนั้นไหมล่ะ



ผู้เขียน : ธนกรณ์ น่วมอินทร์
หน่วยงาน : โรงเรียนวัดเกาะแก้ว
พฤหัสบดี ที่ 26 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2555
เข้าชม : 2282
4.5 stars เฉลี่ย : 4.5 จาก 19 ครั้ง.


วิชาการ 5 อันดับล่าสุด

      ประเทศไทยได้อะไรบ้างจากสมาคมอาเซี่ยน 22 / ต.ค. / 2555
      ความรู้เกี่ยวกับระบบ 3G 22 / ต.ค. / 2555
      คู่มือการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้มีวิทยฐานะและหรือเลื่อนวิทยฐานะสายงานการบริหารการศึกษา (ว.17) 18 / ต.ค. / 2555
      ความดันโลหิตสูงสาเหตุเกิดจากอะไร 18 / ต.ค. / 2555
      ภาษาไทยวันคะมำ 26 / ก.ค. / 2555


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก